<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ Bakery4u Blog</title>
	<atom:link href="http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.bakery4u.com</link>
	<description>สอนเทคนิคและขั้นตอนสอนทำเค้ก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Jan 2014 09:36:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>กระบอกกดคุ๊กกี้</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=973</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=973#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Dec 2013 15:16:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระบอกกดคุ๊กกี้ SmartCook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=973</guid>
		<description><![CDATA[กระบอกกดคุ๊กกี้ Smart Cook   ภาพรวมกระบอกกดประกอบด้วยตัวกระบอกเป็นอลูมิเนียม มีมือสำหรับกดเนื้อคุ๊กกี้ออกมาเป็นพลาสติก และแผ่นทำลายคุ๊กกี้เป็นพลาสติก   &#160; ตัวกระบอกมีเดือยล็อคบนและล่างแบบเดียวกัน การใส่เข้าออกทำได้โดยการหมุนแล้วขยับดึงออก เมื่อจะใส่ก็ให้กดลงไปให้ลงล๊อคทั้ง 3 เดือยก่อนค่อยหมุนบิดกลับเพื่อล๊อค ขั้นแรกใส่ส่วนหัวมือบีบทางด้านใดด้านหนึ่งของกระบอกก่อน หมุนให้เข้าล๊อค จากนั้นหงายกระบอกขึ้นการใส่เนื้อโดว์คุ๊กกี้ลงไปในกระบอกให้ใช้ช้อนเล็กและยาวพอจะใส่ลงในกระบอกได้ พยายามกดคุ๊กกี้เข้าในกระบอกให้แน่น และเหลือส่วนปลายไว้นิดนึงเพื่อที่เวลากดจะได้ไม่มีช่องว่างในเนื้อคุกกี้ การวางแผ่นทำลายให้หันด้านเรียบออกจะกดได้ออกมาสวยกว่าหันด้านนูนออกตามภาพ เมื่อวางแผ่นทำลายและใส่ตัวล๊อคเรียบร้อยแล้วให้กดเนื้อคุ๊กกี้ออกทิ้งเรื่อยๆจนกว่าเนื้อคุ๊กกี้จะมาเต็มก่อนค่อยกดจริงบนถาด คุ๊กกี้ที่กดทิ้งสามารถผสมกลับเข้าไปกดใหม่ได้ในครั้งต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้เนื้อคุ๊กกี้กดแน่นในกระบอกเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในกระบอกเวลากดทำลายออกมาจะสวย เข้าอบตามปกติ หากต้องใช้ถาดซ้ำ ควรรอให้ถาดหายร้อนก่อนกดครั้งถัดไป    สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กระบอกกดคุ๊กกี้ Smart Cook</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-974" title="ภาพรวม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13578.jpg" alt="" width="409" height="614" /></p>
<p>ภาพรวมกระบอกกดประกอบด้วยตัวกระบอกเป็นอลูมิเนียม มีมือสำหรับกดเนื้อคุ๊กกี้ออกมาเป็นพลาสติก และแผ่นทำลายคุ๊กกี้เป็นพลาสติก</p>
<p> <a href="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13581_2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-976" title="เดือยล๊อค" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13581_2.jpg" alt="" width="500" height="200" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวกระบอกมีเดือยล็อคบนและล่างแบบเดียวกัน การใส่เข้าออกทำได้โดยการหมุนแล้วขยับดึงออก เมื่อจะใส่ก็ให้กดลงไปให้ลงล๊อคทั้ง 3 เดือยก่อนค่อยหมุนบิดกลับเพื่อล๊อค</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-977" title="ใส่โดว์" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13588.jpg" alt="" width="526" height="350" /></p>
<p>ขั้นแรกใส่ส่วนหัวมือบีบทางด้านใดด้านหนึ่งของกระบอกก่อน หมุนให้เข้าล๊อค<br />
จากนั้นหงายกระบอกขึ้นการใส่เนื้อโดว์คุ๊กกี้ลงไปในกระบอกให้ใช้ช้อนเล็กและยาวพอจะใส่ลงในกระบอกได้ พยายามกดคุ๊กกี้เข้าในกระบอกให้แน่น และเหลือส่วนปลายไว้นิดนึงเพื่อที่เวลากดจะได้ไม่มีช่องว่างในเนื้อคุกกี้</p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13592_1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-978" title="วางแผ่นทำลาย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13592_1.jpg" alt="" width="500" height="500" /></a></p>
<p>การวางแผ่นทำลายให้หันด้านเรียบออกจะกดได้ออกมาสวยกว่าหันด้านนูนออกตามภาพ</p>
<p>เมื่อวางแผ่นทำลายและใส่ตัวล๊อคเรียบร้อยแล้วให้กดเนื้อคุ๊กกี้ออกทิ้งเรื่อยๆจนกว่าเนื้อคุ๊กกี้จะมาเต็มก่อนค่อยกดจริงบนถาด คุ๊กกี้ที่กดทิ้งสามารถผสมกลับเข้าไปกดใหม่ได้ในครั้งต่อไป<br />
ทั้งนี้เพื่อให้เนื้อคุ๊กกี้กดแน่นในกระบอกเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในกระบอกเวลากดทำลายออกมาจะสวย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-979" title="กดคุ๊กกี้" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13585.jpg" alt="" width="526" height="350" /></p>
<p>เข้าอบตามปกติ หากต้องใช้ถาดซ้ำ ควรรอให้ถาดหายร้อนก่อนกดครั้งถัดไป</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-980" title="คุ๊กกี้เนย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/12/SDC13594.jpg" alt="" width="526" height="350" /></p>
<p> สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=973</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มูสสตอเบอรี่</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=963</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=963#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Aug 2013 14:14:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มูสสตอเบอรี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=963</guid>
		<description><![CDATA[มูสสตอเบอรี่สูตรจาก FoodTravel นะคะ ส่วนผสมมูสสตรอเบอร์รี่ Strawberry Mousse จากเว็บ FoodTravel 1.วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร 2.แยมสตรอเบอร์รี่ 40 กรัม 3.แยมสตรอเบอร์รี่ (ตกแต่งถ้วย) 50 กรัม 4.สตรอเบอร์รี่สด 50 กรัม 5.ผงโกโก้ (ตกแต่งถ้วย)30 กรัม วิธีทำดูได้ที่วีดีโอเลยจ้า    วันนี้ยืมสูตรง่ายสุดๆมาแบ่งปันนะคะดักแปลงต้นฉบับเค้าเล็กน้อย ส่วนผสมสูตรดัดแปลงเล็กน้อยค่ะ 1.วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร (ใช้ยี่ห้อแองเคอร์ หาได้ตามโลตัส บิ๊กซี นะคะ) 2.แยมสตรอเบอร์รี่40 กรัม (เพิ่มเป็น 60 กรัมค่ะ 40 กรัมดูเหมือนมูสจืดไปนิด ปรับเพิ่มลดได้ตามชอบ) 3.สตรอเบอร์รี่สดสับหยาบ 50 กรัม(เหลือเป็นลูกๆเอาไว้ตกแต่งเล็กน้อยตามต้องการ) 4.เยลลี่สำเร็จรูป (ยี่ห้อและรสตามชอบค่ะ) มูสกับเยลลี่เป็นอะไรที่เข้ากันอยู่แล้วค่ะ แค่ซื้อเยลลี่สำเร็จรูปมาละลายในน้ำเดือดเทลงในถ้วยนำเข้าตู้เย็นจนเซ็ตตัว ระหว่างรอเยลลี่แข็งพยายามทำให้เยลลี่ที่เหลืออุ่นอยู่ตลอดจะได้ไม่เซ็ตตัวเพราะต้องรอเทอีกรอบปิดท้ายตอนมูสเซ็ตตัวค่ะวันนี้ใช้วิธีเทใส่ภาชนะแล้วนึ่งค่ะ จากนั้นทำตามขั้นตอนในวีดีโอได้เลยค่ะ แช่ตู้เย็นจนมูสเซ็ตตัวก็เอาเยลลี่ราดปิดท้ายตกแต่งตามชอบก็ได้มูสแสนอร่อยและง่ายมากมาทางแล้วค่ะ สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มูสสตอเบอรี่สูตรจาก FoodTravel นะคะ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ส่วนผสมมูสสตรอเบอร์รี่ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">Strawberry Mousse</span></strong> จากเว็บ FoodTravel<br />
1.วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร<br />
2.แยมสตรอเบอร์รี่ 40 กรัม<br />
3.แยมสตรอเบอร์รี่ (ตกแต่งถ้วย) 50 กรัม<br />
4.สตรอเบอร์รี่สด 50 กรัม<br />
5.ผงโกโก้ (ตกแต่งถ้วย)30 กรัม</p>
<p>วิธีทำดูได้ที่วีดีโอเลยจ้า</p>
<p style="text-align: center;"> <p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=963"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p> วันนี้ยืมสูตรง่ายสุดๆมาแบ่งปันนะคะดักแปลงต้นฉบับเค้าเล็กน้อย</p>
<p><strong>ส่วนผสมสูตรดัดแปลงเล็กน้อยค่ะ</strong></p>
<p>1.วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร (ใช้ยี่ห้อแองเคอร์ หาได้ตามโลตัส บิ๊กซี นะคะ)</p>
<p>2.แยมสตรอเบอร์รี่40 กรัม (เพิ่มเป็น 60 กรัมค่ะ 40 กรัมดูเหมือนมูสจืดไปนิด ปรับเพิ่มลดได้ตามชอบ)</p>
<p>3.สตรอเบอร์รี่สดสับหยาบ 50 กรัม(เหลือเป็นลูกๆเอาไว้ตกแต่งเล็กน้อยตามต้องการ)<br />
4.เยลลี่สำเร็จรูป (ยี่ห้อและรสตามชอบค่ะ)</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-964 aligncenter" title="ส่วนผสม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/08/IMG_20130812_133101.jpg" alt="" width="457" height="343" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-965" title="มูส" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/08/IMG_20130812_133607.jpg" alt="" width="343" height="457" /></p>
<p>มูสกับเยลลี่เป็นอะไรที่เข้ากันอยู่แล้วค่ะ แค่ซื้อเยลลี่สำเร็จรูปมาละลายในน้ำเดือดเทลงในถ้วยนำเข้าตู้เย็นจนเซ็ตตัว ระหว่างรอเยลลี่แข็งพยายามทำให้เยลลี่ที่เหลืออุ่นอยู่ตลอดจะได้ไม่เซ็ตตัวเพราะต้องรอเทอีกรอบปิดท้ายตอนมูสเซ็ตตัวค่ะวันนี้ใช้วิธีเทใส่ภาชนะแล้วนึ่งค่ะ</p>
<p>จากนั้นทำตามขั้นตอนในวีดีโอได้เลยค่ะ แช่ตู้เย็นจนมูสเซ็ตตัวก็เอาเยลลี่ราดปิดท้ายตกแต่งตามชอบก็ได้มูสแสนอร่อยและง่ายมากมาทางแล้วค่ะ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-966" title="มูสสตอเบอรี่" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/08/IMG_20130812_152313.jpg" alt="" width="653" height="490" /></p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=963</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>nutty chocolate ball</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=899</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=899#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Feb 2013 16:21:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[nutty chocolate ball]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=899</guid>
		<description><![CDATA[nutty chocolate ball   ส่วนผสม &#160; - ดาร์คช็อคโกแล๊ต ยี่ห้อตามชอบ วันนี้ใช้เฮอร์ชี่40 กรัม2 ห่อค่ะ - ถั่วชนิดต่างๆตามชอบ ไม่ต้องหาไกลค่ะในชุปเปอร์ฯทั่วไปก็มีขายเป็นถั่วรวมอบมาเรียบร้อยแล้ว (ที่ทำวันนี้มีอัลม่อน ถั่วลิสง แม็คคาเดเมีย เม็ดมะม่วงหิมพานต์) ปริมาณตามชอบแต่กะให้พอดีกับปริมาณช็อคโกแล๊ตที่เรามีอยู่ - ซีเรียลตามชอบ วันนี้ใช้ คอนเฟลคกับโกโก้ป๊อบ - พลาสติกห่ออาหาร - หม้อตุ๋นช็อค 2 ใบ วิธีทำ 1. เตรียมถั่วที่ต้องการนำมาสับหยาบๆนิดหน่อย ถ้าใส่เป็นก้อนมันจะใหญ่ไปค่ะบุบพอแตกนิดเดียวให้ก้อนถั่วเล็กลง จากนั้นพักไว้ 2. เตรียมซีเรียลที่ชอบ ถ้าชิ้นใหญ่ให้บี้เหลือชิ้นเล็กลงมาหน่อยเหมือนถั่วค่ะไม่งั้นปั้นยาก 3.  ตุ๋นช็อคโดยเตรียมหม้อ 2 ใบ ใบแรกใส่น้ำครึ่งหม้อนำไปตั้งไฟ หม้อใบที่ 2 หักช็อคโกแล๊ตเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไป ยกหม้อที่มีช็อควางบนหม้อที่ตั้งน้ำ เราจะใช้ความร้อนจากไอน้ำด้านล่างทำให้ช็อคละลาย คอยคนจนช็อคละลายหมด อย่าให้มีน้ำหยดลงไปในหม้อเดี๋ยวช็อคจะไม่ละลายแต่เป็นก้อนแทน 4. ช็อคละลายหมดก็ยกลงจากเตา จากนั้นนำถั่วและซีเรียลปริมาณกะให้พอดีกับช็อคโกแล๊ตเทลงไปในหม้อช็อคคนให้ช็อคเคลือบถั่วและซีเรียลให้ทั่วหมดทุกชิ้น 5. คนเข้ากันดีแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>nutty chocolate ball</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-904" title="นัตตี้ช็อคโก้บอล" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0314.jpg" alt="" width="323" height="430" /> </p>
<p>ส่วนผสม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>- ดาร์คช็อคโกแล๊ต ยี่ห้อตามชอบ วันนี้ใช้เฮอร์ชี่40 กรัม2 ห่อค่ะ</p>
<p>- ถั่วชนิดต่างๆตามชอบ ไม่ต้องหาไกลค่ะในชุปเปอร์ฯทั่วไปก็มีขายเป็นถั่วรวมอบมาเรียบร้อยแล้ว (ที่ทำวันนี้มีอัลม่อน ถั่วลิสง แม็คคาเดเมีย เม็ดมะม่วงหิมพานต์) ปริมาณตามชอบแต่กะให้พอดีกับปริมาณช็อคโกแล๊ตที่เรามีอยู่</p>
<p>- ซีเรียลตามชอบ วันนี้ใช้ คอนเฟลคกับโกโก้ป๊อบ</p>
<p>- พลาสติกห่ออาหาร</p>
<p>- หม้อตุ๋นช็อค 2 ใบ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-900" title="ส่วนผสม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0294.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p>วิธีทำ</p>
<p>1. เตรียมถั่วที่ต้องการนำมาสับหยาบๆนิดหน่อย ถ้าใส่เป็นก้อนมันจะใหญ่ไปค่ะบุบพอแตกนิดเดียวให้ก้อนถั่วเล็กลง จากนั้นพักไว้</p>
<p>2. เตรียมซีเรียลที่ชอบ ถ้าชิ้นใหญ่ให้บี้เหลือชิ้นเล็กลงมาหน่อยเหมือนถั่วค่ะไม่งั้นปั้นยาก</p>
<p>3.  ตุ๋นช็อคโดยเตรียมหม้อ 2 ใบ ใบแรกใส่น้ำครึ่งหม้อนำไปตั้งไฟ หม้อใบที่ 2 หักช็อคโกแล๊ตเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไป ยกหม้อที่มีช็อควางบนหม้อที่ตั้งน้ำ เราจะใช้ความร้อนจากไอน้ำด้านล่างทำให้ช็อคละลาย คอยคนจนช็อคละลายหมด อย่าให้มีน้ำหยดลงไปในหม้อเดี๋ยวช็อคจะไม่ละลายแต่เป็นก้อนแทน</p>
<p>4. ช็อคละลายหมดก็ยกลงจากเตา จากนั้นนำถั่วและซีเรียลปริมาณกะให้พอดีกับช็อคโกแล๊ตเทลงไปในหม้อช็อคคนให้ช็อคเคลือบถั่วและซีเรียลให้ทั่วหมดทุกชิ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-901" title="ใส่ช็อคโกแล๊ต" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0295.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-902" title="คนให้เข้ากัน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0297.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p>5. คนเข้ากันดีแล้ว ให้ฉีกพลาสติกห่ออาหารออกมาขึงบนภาชนะและตักถั่วที่เคลือบแล้ววางลงไป ห่อพลาสติกเข้าหากันและบิดเป็นก้อนกลมๆแน่นๆ ทำจนหมดและนำเข้าแช่ในตู้เย็นจนเซ็ตตัว</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-917" title="ห่อพลาสติก" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0298.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-920" title="ปั้นเป็นก้อน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_02991.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>6. เมื่อแช่ตู้เย็นจนเซ็ตตัวแล้วก็นำออกมาแกะห่อพลาสติกออกวางลงบนกระทงจีบที่เตรียมไว้เป็นอันเสร็จการทำนัตตี้ช็อคโกแล๊ตบอล ง่ายนิดเดียว วาเลนไทน์ปีนี้ลองมอบสิ่งดีๆให้กับคนพิเศษของคุณกันนะคะ ง่ายๆไม่ยุ่งยากแถมอร่อยด้วยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p>ของแถมวันนี้มีพิมพ์รูปการ์ตูนมานำเสนอแค่แปะไอซิ่งหัวใจลงไปโดยใช้ช็อคที่เหลือเป็นกาวก็ได้ช็อคโกแล๊ตวาเลนไทน์เก๋ๆแล้วค่ะ ปล.ถั่วอัลม่อนเหลือเลยใส่เป็นไส้ด้วยเลยเพิ่มความอร่อย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-906" title="ไวท์ช็อค" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0301.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-907" title="ช็อคโกแล็ต" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0310.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p> จัดใส่กล่องเตรียมส่งมอบค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-908" title="ใส่กล่อง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0307.jpg" alt="" width="430" height="323" /> </p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-909" title="กล่องสวยๆ" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2013/02/SAM_0308.jpg" alt="" width="430" height="323" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=899</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีใช้แผ่นลอกลายช็อคโกแล๊ต</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=892</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=892#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jan 2013 04:00:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีใช้แผ่นลอกลายช็อคโกแล๊ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=892</guid>
		<description><![CDATA[วิธีใช้แผ่นลอกลายช็อคโกแล๊ต วีดีโอแรกแม่ค้าทำขึ้นเองนะคะ เป็นวิธีพื้นฐานในการใช้แผ่นลอกลายช็อคโกแล๊ต ข้างล่างนี้เป็นแค่ตัวอย่างบางส่วนในการใช้แผ่นลอกลายเท่านั้นนะคะ ยังมีความรู้อื่นๆอีกมากใน youtube  ลองค้นหากันดูค่ะ &#160; สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีใช้แผ่นลอกลายช็อคโกแล๊ต</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>วีดีโอแรกแม่ค้าทำขึ้นเองนะคะ เป็นวิธีพื้นฐานในการใช้แผ่นลอกลายช็อคโกแล๊ต</strong></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=892"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ข้างล่างนี้เป็นแค่ตัวอย่างบางส่วนในการใช้แผ่นลอกลายเท่านั้นนะคะ </strong><br />
<strong>ยังมีความรู้อื่นๆอีกมากใน youtube  ลองค้นหากันดูค่ะ</strong></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=892"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=892"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=892"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=892"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=892</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Banoffee Pie</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=844</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=844#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 May 2012 05:04:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Banoffee Pie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=844</guid>
		<description><![CDATA[บานอฟฟี่พาย  บานอฟฟี่พายขนมง่ายๆไม่ต้องง้อเตาอบ แต่รสชาติอร่อยเหลือหลาย ใครได้ชิมเป็นติดใจทุกรายค่ะ เริ่มจากทำฐานพายกันก่อนนะคะ ส่วนผสมฐานพาย -         โอริโอคุกกี้เอาไส้ออกแล้ว 150 กรัม -         เนยสด  75  กรัม(วันนี้ใช้รสเค็มค่ะ) วิธีทำฐานพาย 1. บดคุกกี้ให้ละเอียดบางคนจะเอาเข้าเครื่องปั่นหรือใช้ครกตำก็ตามสบายค่ะ 2. นำเนยสดเข้าละลายในไมโครเวฟ เมื่อละลายแล้วก็เทใส่คุ๊กกี้ที่บดไว้แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจะได้เป็นลักษณะทรายเปียก นำไปกรุในพิมพ์ได้เลยค่ะ วันนี้ใช้ถาดพายแบบถอดก้นได้ค่ะขนาด 20 ซ.ม. ถอดก้นได้จะสะดวกเวลานำขนมออกจากพิมพ์ ใครจะใช้พิมพ์กลมแบบปอนด์ก็ได้นะคะแต่แนะนำว่าจะใช้พิมพ์อะไรทำก็ขอให้ถอดก้นออกได้ค่ะไม่งั้นเวลาเอาออกอาจจะเละได้ หรือตัดปัญหาจะกรุใส่แก้วหรือใส่ถ้วยฟลอยด์ไปเลยก็ได้ค่ะเวลาเสริ์ฟก็ให้ไปทั้งแก้วทั้งถ้วยเลยไม่ต้องตัด กรุเรียบร้อยแล้วเอาพักไว้ในตู้เย็นค่ะ   ต่อมาก็มาทำตัวไส้พายกันค่ะ ส่วนผสม -         น้ำตาลทราย150 กรัม(ใช้น้ำตาลทรายแดงกับทรายขาวอย่างละครึ่งค่ะ) -         น้ำเปล่า 1 ช้อนชา -         วิปปิ้งครีมส่วนแรก 1 ถ้วยตวง -         ช็อคโกแล๊ต50 กรัม(จะ semisweet,bittersweet,milk หรือdark แบบ % สูงๆก็ตามชอบค่ะ) -         กล้วยหอม (ปริมาณตาม ชอบเลือกลูกที่กำลังสุกพอดีนะคะงอมไปไม่อร่อยค่ะ) -         วิปปิ้งครีมสำหรับแต่งหน้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บานอฟฟี่พาย</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-856" title="Banoffee Pie" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12506.jpg" alt="" width="394" height="263" /></p>
<p> บานอฟฟี่พายขนมง่ายๆไม่ต้องง้อเตาอบ แต่รสชาติอร่อยเหลือหลาย ใครได้ชิมเป็นติดใจทุกรายค่ะ</p>
<p>เริ่มจากทำฐานพายกันก่อนนะคะ</p>
<p><strong>ส่วนผสมฐานพาย</strong></p>
<p>-         โอริโอคุกกี้เอาไส้ออกแล้ว 150 กรัม</p>
<p>-         เนยสด  75  กรัม(วันนี้ใช้รสเค็มค่ะ)</p>
<p><strong>วิธีทำฐานพาย</strong></p>
<p>1. บดคุกกี้ให้ละเอียดบางคนจะเอาเข้าเครื่องปั่นหรือใช้ครกตำก็ตามสบายค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-858" title="โอริโอ้" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12482.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>2. นำเนยสดเข้าละลายในไมโครเวฟ เมื่อละลายแล้วก็เทใส่คุ๊กกี้ที่บดไว้แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจะได้เป็นลักษณะทรายเปียก นำไปกรุในพิมพ์ได้เลยค่ะ วันนี้ใช้ถาดพายแบบถอดก้นได้ค่ะขนาด 20 ซ.ม. ถอดก้นได้จะสะดวกเวลานำขนมออกจากพิมพ์ ใครจะใช้พิมพ์กลมแบบปอนด์ก็ได้นะคะแต่แนะนำว่าจะใช้พิมพ์อะไรทำก็ขอให้ถอดก้นออกได้ค่ะไม่งั้นเวลาเอาออกอาจจะเละได้ หรือตัดปัญหาจะกรุใส่แก้วหรือใส่ถ้วยฟลอยด์ไปเลยก็ได้ค่ะเวลาเสริ์ฟก็ให้ไปทั้งแก้วทั้งถ้วยเลยไม่ต้องตัด กรุเรียบร้อยแล้วเอาพักไว้ในตู้เย็นค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-863" title="ฐานพาย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12483.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>ต่อมาก็มาทำตัวไส้พายกันค่ะ</p>
<p><strong>ส่วนผสม</strong></p>
<p>-         น้ำตาลทราย150 กรัม(ใช้น้ำตาลทรายแดงกับทรายขาวอย่างละครึ่งค่ะ)</p>
<p>-         น้ำเปล่า 1 ช้อนชา</p>
<p>-         วิปปิ้งครีมส่วนแรก 1 ถ้วยตวง</p>
<p>-         ช็อคโกแล๊ต50 กรัม(จะ semisweet,bittersweet,milk หรือdark แบบ % สูงๆก็ตามชอบค่ะ)</p>
<p>-         กล้วยหอม (ปริมาณตาม ชอบเลือกลูกที่กำลังสุกพอดีนะคะงอมไปไม่อร่อยค่ะ)</p>
<p>-         วิปปิ้งครีมสำหรับแต่งหน้า ปริมาณตามชอบ</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong></p>
<p>1. นำวิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวงเข้าไมโครเวฟให้ร้อนประมาณ 1/2-1 นาที</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-847 aligncenter" title="อุ่นวิปปิ้งครีม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12485.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>2. ใส่น้ำตาลและน้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนจนน้ำตาลละลายซักพักสีจะเข้มขึ้นเป็นน้ำตาลอ่อนออกสีทอง(ระวังไหม้ด้วยค่ะตั้งนานไปน้ำตาลจะไหม้แล้วขมนะคะ) เทวิปปิ่งครีมที่ร้อนๆลงไปทีละน้อยใช้ตระกร้อมือคนให้เข้ากัน ระวังกระเด็นโดนมือนะคะค่อยๆเทค่ะ เมื่อเข้ากันแล้วก็ยกลงจากเตาเทใส่ภาชนะอื่นที่เตรียมไว้ค่ะ คาราเมลวันนี้ดูจะสีอ่อนไปหน่อยความจริงสีเข้มกว่านี้ได้อีกนะคะพอดีกลัวไหม้เลยรีบยกลง วิธีทำคาราเมลมีอีกสูตรนึงที่ใช้วิธีต้มนมข้นหวานทั้งกระป๋อง แต่เนื่องจากไม่แน่ใจในความปลอดภัยของกระป๋องนมเรื่องสารอันตรายตกค้างจากกระป๋องเลยขอไม่ทำแบบนั้นค่ะปลอดภัยไว้ก่อนถึงใครเค้าจะบอกว่าวิธีนั้นมันจะอร่อยมาก็ตาม</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-848" title="ละลายน้ำตาล" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12484.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-849" title="คาราเมล" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12489.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>3. ละลายช็อคโกแล๊ตด้วยวิธีตุ๋นหรือเข้าไมโครเวฟตามสะดวกค่ะ นำช็อคโกแล๊ตที่ละลายแล้วเทลงในฐานพายค่ะ จากนั้นนำเข้าไปพักในตู้เย็นอีกรอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-850 aligncenter" title="ช็อคโกแล๊ต" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12487.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>4. ตีวิปปิ้งครีมปริมาณตามต้องการให้ขึ้นฟู พักไว้ในตู้เย็นเพื่อใช้ตกแต่งในตอนท้ายค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-851 aligncenter" title="วิปปิ้งครีมตกแต่ง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12488.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: left;">5. หั่นกล้วยเป็นแว่นๆปริมาณตามชอบเลยค่ะ จากนั้นนำคาราเมลที่เย็นแล้วเทลงไปบางส่วนคลุกเคล้าให้คาราเมลเคลือบตัวกล้วยไว้ค่ะ จากนั้นก็จัดเรียงลงบนตัวพายให้สวยงาม แล้วราดด้วยคาราเมลที่เหลือใครชอบหวานมากน้อยกะเองเลยค่ะ กลัวหวานก็ไม่ต้องใส่เพิ่มแล้วก็ได้ ขนมตัวนี้ไม่มีสูตรตายตัวค่ะใส่เอาตามชอบมากกว่าเรียกว่าขนมตามใจฉัน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-852" title="กล้วยคลุกคาราเมล" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12490.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"> <img class="size-full wp-image-853 aligncenter" title="จัดเรียงลงบนพาย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12492.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>6. จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายนำวิปครีมที่ตีไว้แล้วปาดลงบนพายเลยค่ะหรือจะใช้หัวบีบ บีบเป็นแบบต่างๆตามจินตนาการของแต่ละคนเลยนะคะ (วันนี้ขอปาดแบบเรียบๆไม่หนามากค่ะไม่ชอบวิปครีมที่ดูเยอะเกินไปกินแล้วอาจจะเลี่ยนได้เอาที่พอดีๆดีกว่าค่ะ) แล้วโรยด้วยผงโกโก้นิดหน่อยพอแล้วค่ะนำเข้าตู้เย็น 1 คืนเพื่อให้พายเซ็ตตัวอีกครั้ง</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-854" title="ตกแต่ง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12494.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>7. นำขนมออกจากพิมพ์ค่ะ วิธีเอาออกคือหาอุปกรณ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าพิมพ์ของเราแต่อย่าสูงมากค่ะสูงเกินไปเดี๋ยวขนมอาจจะคว่ำได้ง่าย วางทั้งถาดลงบนสิ่งนั้นและกดขอบถาดลงมาค่ะ ตามภาพเลยค่ะขอบจะร่วงลงมาแต่ตัวฐานของถาดจะยังติดอยู่ที่ตัวพาย ยกขนมขึ้นมาวางลงในภาชนะที่เตรียมไว้แล้วค่อยๆใช้มีดหรือสเปตูล่าดันขนมออกจากฐานค่ะ เท่านี้ก็เรียบร้อยหากใช้พิมพ์เค้กแบบถอดก้นก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ได้ค่ะนี่คือวิธีนำขนมออกจากพิมพ์แบบถอดก้นค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-872" title="วิธีใช้พิมพ์ถอดก้น" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12496.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-873" title="บานอฟฟี่พาย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/05/SDC12498.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=844</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชูครีม(ครีมพัฟ,เอแคลร์)</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=813</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=813#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Apr 2012 15:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชูครีม(เอแคลร์)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=813</guid>
		<description><![CDATA[ชูครีม(ครีมพัฟ,เอแคลร์) ใครจะเรียกว่ายังไงก็ตามสบายเลยค่ะ          สูตรผสมผสานจากหลายๆท่านนะคะ ผ่านการทดสอบแล้วว่าทำออกมาอร่อยแน่นอนค่ะ ใครเพิ่งหัดทำแนะนำให้ทำตัวแป้งก่อนตัวไส้ค่ะขนมชนิดนี้เป็นขนมที่ทำยากมากๆค่ะสำหรับมือใหม่แต่ใครทำเป็นแล้วจะง่ายค่ะหากทำไส้ไว้ก่อนวันนั้นอาจจะไม่มีตัวแป้งให้บีบไส้เข้าไปค่ะ พูดอย่างนี้มือใหม่อาจจะงงหากใครเคยเริ่มทำเอแคลแรกๆมาอ่านข้อความนี้จะเข้าใจทันทีค่ะว่าให้ทำตัวแป้งให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยทำไส้เพราะอะไรขนมปราบเซียนเลยค่ะตัวนี้แต่ถ้าเข้าใจวิธีอย่างถ่องแท้แล้วจะไม่ยากค่ะ  สูตรตัวแป้ง(สูตรจาก Martha Stewart) 1. น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย 2. เนยสดจืด55 กรัม(หากมีเนยเค็มก็ใช้เนยเค็มแทนได้ค่ะแต่ไม่ต้องใส่เกลือเพิ่มแล้ว) 3. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา (เท่าที่เคยทำชอบแป้งที่ออกรสเค็มมากกว่าเพราะไส้ครีมก็หวานอยู่แล้วมีแป้งเค็มน่าจะเข้ากันได้ดีกว่าเลยไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องใส่น้ำตาลค่ะตัดออกไปได้เลย) 4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา(หากใช้เนยเค็มแล้วก็ตัดเกลือออกไปเลยค่ะ) 5. แป้งอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วยกับอีก 2 ช้อนโต๊ะ (วีธีตวงแป้งที่เป็นถ้วยตวงให้ร่อนแป้งก่อนทุกครั้งค่ะจากนั้นก็ใช้ช้อนตักแป้งขึ้นมาใส่ในถ้วยตวงของแห้งจนพูนค่ะแล้วใช้มีดหรืออุปกรณ์อื่นที่มีสันเรียบปาดส่วนเกินออกค่ะอย่าใช้วิธีนำถ้วยตวงตักแป้งขึ้นมาโดยตรงนะคะแล้วก็ไม่ต้องกดให้แน่นด้วยค่ะนั่นเป็นวีธีที่ผิดค่ะ) (จากประสบการณ์ที่เคยใช้แป้งอเนกประสงค์พบว่าแป้งที่อบออกมาจะแข็งไปค่ะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่หลังจากนั้นเลยเปลี่ยนมาใช้แป้งเค้กมาตลอดซึ่งแป้งที่ออกมานุ่มอร่อยดีค่ะสูตรส่วนใหญ่ใช้แป้งอเนกประสงค์หากใครลองทำแล้วเห็นว่ามาแข็งไปลองเปลี่ยนมาใช้แป้งเค้กนะคะ) 6. ไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำเปล่า เกลือ เนยสดลงในหม้อแนะนำให้ใช้เทปล่อนนะคะจะดีที่สุด 2. นำขึ้นตั้งไฟคนจนเนยละลายและน้ำเริ่มเดือดนิดๆที่ขอบหม้อก็ใส่แป้งลงไปหมดเลยค่ะรีบคนแป้งเร็วๆเลยนะคะเพื่อให้แป้งกับน้ำเข้ากันไม่งั้นแป้งบางส่วนอาจจะเป็นเม็ดไม่สุกจะเห็นว่ามันจะเป็นสีขาวๆเด่นออกมาค่ะ เมื่อคนไปเรื่อยๆจะพบว่าแป้งเริ่มร่อนออกจากหม้อไม่ติดก้นหม้อแล้วให้ลดไฟลงค่ะและกวนแป้งกลับไปกลับมาในหม้อต่อซักพักจนแน่ใจว่าแป้งทั้งหมดสุกใสดีแล้วก็ยกลงจากเตาค่ะ   3. ตอนนี้ไปวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสไฟบนล่างค่ะ อย่าให้อุณหภูมิเตาต่ำกว่านี้นะคะ เตาที่บ้านใช้ทำวันนี้หมุนไป  210 เลยค่ะทดสอบแล้วว่าอุณหภูมิเท่านี้ขนมพองดีมากค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ชูครีม(ครีมพัฟ,เอแคลร์) ใครจะเรียกว่ายังไงก็ตามสบายเลยค่ะ </strong></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-830 aligncenter" title="ชูครีม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12706.jpg" alt="" width="438" height="292" /></p>
<p>         สูตรผสมผสานจากหลายๆท่านนะคะ ผ่านการทดสอบแล้วว่าทำออกมาอร่อยแน่นอนค่ะ ใครเพิ่งหัดทำแนะนำให้ทำตัวแป้งก่อนตัวไส้ค่ะขนมชนิดนี้เป็นขนมที่ทำยากมากๆค่ะสำหรับมือใหม่แต่ใครทำเป็นแล้วจะง่ายค่ะหากทำไส้ไว้ก่อนวันนั้นอาจจะไม่มีตัวแป้งให้บีบไส้เข้าไปค่ะ พูดอย่างนี้มือใหม่อาจจะงงหากใครเคยเริ่มทำเอแคลแรกๆมาอ่านข้อความนี้จะเข้าใจทันทีค่ะว่าให้ทำตัวแป้งให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยทำไส้เพราะอะไรขนมปราบเซียนเลยค่ะตัวนี้แต่ถ้าเข้าใจวิธีอย่างถ่องแท้แล้วจะไม่ยากค่ะ</p>
<p> <strong>สูตรตัวแป้ง(สูตรจาก Martha Stewart)</strong></p>
<p>1. น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย</p>
<p>2. เนยสดจืด55 กรัม(หากมีเนยเค็มก็ใช้เนยเค็มแทนได้ค่ะแต่ไม่ต้องใส่เกลือเพิ่มแล้ว)</p>
<p>3. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา (เท่าที่เคยทำชอบแป้งที่ออกรสเค็มมากกว่าเพราะไส้ครีมก็หวานอยู่แล้วมีแป้งเค็มน่าจะเข้ากันได้ดีกว่าเลยไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องใส่น้ำตาลค่ะตัดออกไปได้เลย)</p>
<p>4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา(หากใช้เนยเค็มแล้วก็ตัดเกลือออกไปเลยค่ะ)</p>
<p>5. แป้งอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วยกับอีก 2 ช้อนโต๊ะ (วีธีตวงแป้งที่เป็นถ้วยตวงให้ร่อนแป้งก่อนทุกครั้งค่ะจากนั้นก็ใช้ช้อนตักแป้งขึ้นมาใส่ในถ้วยตวงของแห้งจนพูนค่ะแล้วใช้มีดหรืออุปกรณ์อื่นที่มีสันเรียบปาดส่วนเกินออกค่ะอย่าใช้วิธีนำถ้วยตวงตักแป้งขึ้นมาโดยตรงนะคะแล้วก็ไม่ต้องกดให้แน่นด้วยค่ะนั่นเป็นวีธีที่ผิดค่ะ) (จากประสบการณ์ที่เคยใช้แป้งอเนกประสงค์พบว่าแป้งที่อบออกมาจะแข็งไปค่ะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่หลังจากนั้นเลยเปลี่ยนมาใช้แป้งเค้กมาตลอดซึ่งแป้งที่ออกมานุ่มอร่อยดีค่ะสูตรส่วนใหญ่ใช้แป้งอเนกประสงค์หากใครลองทำแล้วเห็นว่ามาแข็งไปลองเปลี่ยนมาใช้แป้งเค้กนะคะ)</p>
<p>6. ไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟอง</p>
<p>วิธีทำ</p>
<p>1. ใส่น้ำเปล่า เกลือ เนยสดลงในหม้อแนะนำให้ใช้เทปล่อนนะคะจะดีที่สุด</p>
<p>2. นำขึ้นตั้งไฟคนจนเนยละลายและน้ำเริ่มเดือดนิดๆที่ขอบหม้อก็ใส่แป้งลงไปหมดเลยค่ะรีบคนแป้งเร็วๆเลยนะคะเพื่อให้แป้งกับน้ำเข้ากันไม่งั้นแป้งบางส่วนอาจจะเป็นเม็ดไม่สุกจะเห็นว่ามันจะเป็นสีขาวๆเด่นออกมาค่ะ เมื่อคนไปเรื่อยๆจะพบว่าแป้งเริ่มร่อนออกจากหม้อไม่ติดก้นหม้อแล้วให้ลดไฟลงค่ะและกวนแป้งกลับไปกลับมาในหม้อต่อซักพักจนแน่ใจว่าแป้งทั้งหมดสุกใสดีแล้วก็ยกลงจากเตาค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-815" title="ตั้งไฟจนเดิอด" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12685.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-816" title="คนจนแป้งสุกใส" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12686.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>3. ตอนนี้ไปวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสไฟบนล่างค่ะ อย่าให้อุณหภูมิเตาต่ำกว่านี้นะคะ เตาที่บ้านใช้ทำวันนี้หมุนไป  210 เลยค่ะทดสอบแล้วว่าอุณหภูมิเท่านี้ขนมพองดีมากค่ะ เตาร้อนน้อยไปขนมจะไม่พองค่ะ</p>
<p>4. จากนั้นนำแป้งที่สุกแล้วมาใส่ในโถผสมแล้วปั่นความเร็วต่ำเพื่อไล่ความร้อนออกไปค่ะ ลองจับตัวแป้งดูแค่พอรู้สึกอุ่นๆค่อนๆไปทางร้อนนิดๆก็หยุดค่ะอย่าปล่อยให้เย็นเกินไปนะคะจับแล้วต้องร้อนอยู่ค่ะเดี๋ยวขนมอบแล้วจะไม่พองเพราะแป้งดูดไข่ไม่เต็มที่ค่ะ ใครไม่ปั่นจะใช้ตั้งไว้จนอุ่นก็ได้แต่เสียเวลารอค่ะทำแบบนี้เลยดีกว่าเเร็วดีค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-817" title="รอแป้งอุ่น" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12687.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>5. เมื่อแป้งอุ่นลงแล้วก็ตอกไข่ใส่ไปทีละฟองค่ะตีด้วยความเร็วต่ำก่อนให้แป้งเข้ากับไข่เป็นเนื้อเดียวกันก่อนจากนั้นใส่ไข่ใบที่ 2 ลงไปค่ะตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันจากนั้นเพิ่มเป็นความเร็วสูงสักพักจะพบว่าแป้งจะข้นขึ้นค่ะใช้ได้แล้ว ลองใช้ช้อนตักแล้วเอียงช้อนดูจะพบว่าแป้งข้นมากค่ะจะไม่ไหลลงจากช้อนแค่ย้อยๆเท่านั้นแต่ไม่หยดค่ะ หากทำตรงนี้แล้วแป้งออกมาเหลวไหลลงเป็นน้ำแสดงว่าใช้ไม่ได้ค่ะอบออกมาแล้วมันจะไม่พอง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-818" title="ใส่ไข่ทีละฟอง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12688.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>6. เมื่อได้ตัวแป้งแล้วก็นำมาใส่ถุงบีบค่ะบีบออกมาเป็นจุดกลมๆขนาดตามต้องการ แรกๆอาจจะกะยากสักหน่อยว่าต้องบีบมากน้อยขนาดไหนแต่ทำไปเรื่อยๆจะกะถูกเองค่ะว่าบีบออกมาเท่านี้ขนมจะพองออกมาอีกเท่าไหร่อย่าลืมรองถาดอบด้วยกระดาษไขรองอบนะคะขนมจะได้ไม่ติดก้นถาดค่ะ ใช้นิ้วแตะน้ำนิดนึงแล้วกดตรงยอดแหลมลงด้วยค่ะไม่งั้นอบออกมาแล้วจะได้ขนมมีหัวจุกใครอยากรู้ต้องลองทำดูค่ะว่ากดกับไม่กดยอดลงต่างกันยังไง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-820" title="บีบลงถาด" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12693.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>7. นำเข้าเตาอบเลยค่ะ แล้วรอจนกว่าขนมจะพองขึ้นและปริแตกออกเป็นดอกกะหล่ำไม่ได้จับเวลาว่ากี่นาทีขนมจะพองค่ะต้องดูเอาเองเตาใครเตามันนะคะทำขนมจะมามัวจับเวลาพอดีแป๊ะๆตามสูตรไม่ได้ค่ะต้องอาศัยการสังเกตและดูด้วยตาเราเองจะดีกว่าค่ะเพราะจะทำให้เราเข้าใจวิธีทำขนมมากขึ้นกว่าการทำตามสูตรทุกขั้นตอนค่ะ เมื่อขนมพองแล้วอย่าเพิ่งเอาออกมาทันทีค่ะขนมยังไม่อยู่ทรงดีเอาออกมาแล้วจะแฟบค่ะอบต่ออีกจนขนมเริ่มเป็นสีเหลืองสวยออกไปทางน้ำตาลก็ใช้ได้ค่ะยกออกจากเตาพักบนตระแกรงให้เย็น สำหรับมือใหม่หากไม่แน่ใจว่าใช้ได้หรือยังกลัวขนมแฟบให้เปิดเตาคีบขนมออกมา 1 ชิ้นตั้งไว้ด้านนอกค่ะถ้าขนมแฟบก็อบต่อไปอีกถ้าไม่แฟบแล้วก็ใช้ได้ค่ะทำแบบนี้ขนมจะได้ไม่เสียทั้งถาดค่ะในกรณีที่ขนมยังอบไม่ได้ที่แล้วแฟบ จากนี้ก็ให้จำไว้ว่าขนมสีประมาณไหนลักษณะภายนอกต้องเป็นถึงจะใช้ได้แล้วสังเกตและจดจำทุกขั้นตอนเพื่อเก็บไว้ปรับปรุงในครั้งต่อไปค่ะ ใครที่เตาเล็กต้องอบหลายรอบอย่าบีบขนมลงถาดเพื่อรออบนานเกินไปนะคะถ้าเป็นไปได้บีบปุ๊บเข้าเตาอบปั๊บค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-821" title="ขนมสุกพองเต็มที่" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12694.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-822" title="แป้งต้องกลวง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12695.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;">ลองบิออกมาดู 1 ชิ้นจะเห็นว่าด้านในกลวงค่ะ</p>
<p>สูตรตัวไส้ (สูตรจากแม่ปู Bloggang Pantip ค่ะ)</p>
<p>ที่เลือกสูตรไส้ตัวนี้เพราะลองทำแล้วรสชาติอร่อยค่ะและที่สำคัญใช้ไข่ทั้งฟองค่ะ บางสูตรแยกใช้แต่ไข่แดงอย่างเดียวแถมใช้หลายฟองอีกไม่รู้จะเก็บไข่ขาวไว้ทำอะไรเยอะแยะสู้ใช้ไปให้หมดเลยดีกว่าค่ะ</p>
<p>1.นมจืด ๒ เปอร์เซ็นต์ (หรือเฮฟวี่ครีม หรือhalf &amp; half) 2 ถ้วย (ใครจะใช้นมสดแทนก็ได้เหมือนกันค่ะ)</p>
<p>2.ไข่ไก่ 3 ฟอง</p>
<p>3.น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย (ลองทำแล้วอาจหวานไปสำหรับบางคนค่ะยังไงตวงไว้ 1/2 ถ้วยกับ 1/4 ถ้วยแล้วลองใส่แค่ 1/2 ถ้วยก่อนนะคะตอนท้ายลองชิมดูถ้าไม่หวานค่อยใส่เพิ่มไปค่ะ เทไปทีเดียวหมดหวานเกินไปจะแก้ยากค่ะ ที่สำคัญให้ใช้น้ำตาลทรายเม็ดๆค่ะไม่ต้องบดเพราะการตวงน้ำตาลที่มีหน่วยเป็นถ้วยตวงหากใช้น้ำตาลทรายบดมันจะหวานเกินกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ เพราะน้ำตาลบดเม็ดเล็กมากพอเทลงในถ้วยตวงก็จะทำให้ได้ปริมาณมากกว่าน้ำตาลเม็ดใหญ่เมื่อใส่ในขนมแล้วจะทำให้หวานเกินไปมากค่ะ)</p>
<p>4. แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>5. เกลือ 1/4 ช้อนชา</p>
<p>6. กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา</p>
<p>7. เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิธีทำ</p>
<p>1.เทนม น้ำตาล เกลือ ลงในหม้อ พักไว้ก่อน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-823" title="เตรียมส่วนผสมที่ 1" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12697.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>2. ตอกไข่ทั้งหมดใส่ชามที่ทนความร้อนได้ ตามด้วยแป้งข้าวโพดและกลิ่นวนิลา ใช้ตระกร้อมือคนแรงๆให้เข้ากันแป้งไม่จับตัวเป็นก้อนตั้งพักไว้ใกล้ๆกับเตาแก๊ส</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-824" title="เตรียมส่วนผสมที่ 2" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12698.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>3. นำส่วนผสมที่ 1 ไปตั้งไฟคนให้น้ำตาลละลายและน้ำแค่เดือดขอบหม้อนิดหน่อย</p>
<p>4. ยกลงจากเตาเทลงในส่วนผสมที่ 2 ค่อยๆเททีละน้อยระหว่างเทใช้ตระกร้อมือคนส่วนผสมเร็วๆให้เข้ากัน เพื่อไม่ให้ไข่สุกเป็นลิ่ม</p>
<p>5. เมื่อผสมทั้งหมดเข้ากันแล้วยกขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ลองชิมรสชาติดูหากยังหวานไม่พอให้ใส่น้ำตาลเพิ่มตามชอบ</p>
<p>6. ตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมข้นขึ้นตามต้องการแล้วรีบปิดเตาเลยค่ะ ใส่เนยตามลงไปคนจนเนยละลายหมด อย่าปล่อยให้ตัวไส้ข้นมากเกินไปค่ะมันจะบีบยากแถมไส้จะไม่เนียนอีกต่างหาก พอตัวไส้เย็นลงมันจะข้นขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-825" title="ได้ตัวไส้" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12700.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>7. นำไส้ที่ได้ไปกรองผ่านตระแกรงอีกรอบค่ะเพื่อความเนียนน่ารับประทาน จากนั้นเทใส่ภาชนะให้เรียบร้อยทิ้งไว้ให้เย็น อย่าปล่อยให้หน้าขนมโดนลมนะคะสีจะเปลี่ยนและหน้าจะแข็งค่ะ ให้ใช้ถุงแกงตัดให้ขนาดใหญ่กว่าภาชนะแล้ววางคลุมลงบนหน้าขนมเลยค่ะให้พลาสติกแนบไปกับหน้าขนมเลยนะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-826" title="พักไว้ให้เย็น" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12701.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>8. เมื่อหน้าขนมเย็นลงแล้วก็จัดการบีบใส่ตัวแป้งเลยค่ะ ที่ตัวแป้งจะมีส่วนที่ขนมปริออกมาตรงส่วนนั้นจะบางมากค่ะให้บีบไส้ใส่ตรงส่วนนั้นขนมจะออกมาสวยงามค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-827 aligncenter" title="เอแคลร์" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12718.jpg" alt="" width="438" height="292" /></p>
<p style="text-align: center;">ได้ขนมเอแคลร์น่ารับประทาน โรยไอซิ่งและช็อคโกแล๊ตตกแต่งเล็กน้อย</p>
<p style="text-align: center;">บรรจุใสส่ภาชนะเตรียมแจกจ่าย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-828" title="ใส่ถ้วยฝาโดม 7 ออนซ์" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12703.jpg" alt="" width="292" height="438" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-829 aligncenter" title="ใส่กล่องรุปโบว์" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/04/SDC12705.jpg" alt="" width="292" height="438" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=813</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทาร์ตช็อคโกแล๊ต</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=784</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=784#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 17:40:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทาร์ตช็อคโกแล๊ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=784</guid>
		<description><![CDATA[ทาร์ตช็อคโกแล๊ต (ขอยืมสูตรจากคุณ Beebie นะคะ)   วาเลนไทน์ใกล้จะมาถึง จะทำช็อคโกแล๊ตธรรมดาให้กันคนที่เรารักบางคนก็อาจจะเบื่อแล้วมันดูธรรมดาไป งั้นเราลองเอาช็อคโกแล๊ตที่มีอยู่มาทำทาร์ตช็อคโกแล๊ตกันดีกว่าค่ะ สูตรนี้สำหรับสาวกช็อคโกแล๊ตแล้วจะกินคนเดียวหรือกินเป็นคู่ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ ส่วนผสมตัวครัสต์ เนยจืด75 กรัมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ (ไม่มีเนยจืดก็ใช้เนยเค็มได้ค่ะดูเหมือนรสชาติจะกลมกล่อมกว่าเนยจืดนะคะ) ไอซิ่ง90 กรัม ไข่แดง 2 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์155 กรัม วิธีทำ 1. คลุกแป้งกับไอซิ่งให้เข้ากันจากนั้นใส่เนยลงไปแล้วใช้แบลนเดอร์สับเนยกับแป้งไปเรื่อยๆให้เข้ากันลักษณะของแป้งจะเป็นเม็ดๆค่ะจากนั้นก็ใส่ไข่แดงลงไปแล้วใช้มือนวดให้เข้ากันไม่ต้องนวดนานค่ะแค่พอเข้ากัน 2. เมื่อเข้ากันแล้วก็ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้พลาสติกห่อไว้แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไปค่ะ 3. ระหว่างรอเรามาเตรียมพิมพ์สำหรับทำทาร์ตกันก่อนค่ะสูตรนี้ใช้กับถาดพายถอดก้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง9 นิ้ว–9.5 นิ้วค่ะ แต่ใครไม่มีก็ใช้ขนาดที่มีได้ค่ะที่เหลือก็เอากรุใส่พิมพ์อื่นๆไปหรือจะลดสัดส่วนสูตรลงก็ตามสะดวกค่ะ วันนี้ที่ทำใช้ถาดพายแบบถอดก้นได้ขนาด 16 ซ.ม. และส่วนที่เหลือก็กรุใส่พิมพ์ 3217 ค่ะได้อีก 5 ถ้วย นำพิมพ์มาทาเนยขาวบางๆรอไว้ค่ะ 4. ก่อนครบชั่วโมงนิดหน่อยไปวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 325 อาศาฟาเรนไฮน์ไฟบนล่างค่ะ 5. ครบชั่วโมงแล้วเอาครัสต์ออกมาวางบนโต๊ะที่โรยนวลไว้ใครไม่อยากล้างโต๊ะก็ใช้ถุงพลาสติกใบใหญ่รองไว้ค่ะอย่าลืมโรยนวลที่ด้านล่างก่อนคลึงแป้งนะคะ รีดเป็นแผ่นบางๆประมาณ 5 มิลลิเมตร หรือตามชอบค่ะบางคนอาจจะชอบกินตัวครัสต์เยอะๆก็รีดหนาๆหน่อยได้ค่ะ 6. เสร็จแล้วเอากรุลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ค่ะวิธีตัดแป้งด้านข้างออกที่เร็วที่สุดและขอบออกมาสวยงามคือใช้ไม้ที่คลึงแป้งนั่นแหละคะวางพาดลงบนตัวถาดพายลงน้ำหนักนิดหน่อยแล้วกลิ้งไม้ไปด้านหน้าบนถาดเลยแค่นี้แป้งก็หลุดขาดลงมาข้างล่างแล้วค่ะ จากนั้นใช้ส้อมจิ้มๆเป็นรูพรุนกันแป้งปูดขึ้นมาค่ะ 7. กรุเสร็จแล้วก็เอาเข้าเตาอบเลยค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทาร์ตช็อคโกแล๊ต</strong> (ขอยืมสูตรจากคุณ Beebie นะคะ)</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-802" title="ทาร์ต" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC125611.jpg" alt="" width="394" height="263" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p>วาเลนไทน์ใกล้จะมาถึง จะทำช็อคโกแล๊ตธรรมดาให้กันคนที่เรารักบางคนก็อาจจะเบื่อแล้วมันดูธรรมดาไป งั้นเราลองเอาช็อคโกแล๊ตที่มีอยู่มาทำทาร์ตช็อคโกแล๊ตกันดีกว่าค่ะ สูตรนี้สำหรับสาวกช็อคโกแล๊ตแล้วจะกินคนเดียวหรือกินเป็นคู่ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ</p>
<p><strong>ส่วนผสมตัวครัสต์</strong></p>
<p>เนยจืด75 กรัมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ (ไม่มีเนยจืดก็ใช้เนยเค็มได้ค่ะดูเหมือนรสชาติจะกลมกล่อมกว่าเนยจืดนะคะ)</p>
<p>ไอซิ่ง90 กรัม</p>
<p>ไข่แดง 2 ฟอง</p>
<p>แป้งสาลีอเนกประสงค์155 กรัม</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong></p>
<p>1. คลุกแป้งกับไอซิ่งให้เข้ากันจากนั้นใส่เนยลงไปแล้วใช้แบลนเดอร์สับเนยกับแป้งไปเรื่อยๆให้เข้ากันลักษณะของแป้งจะเป็นเม็ดๆค่ะจากนั้นก็ใส่ไข่แดงลงไปแล้วใช้มือนวดให้เข้ากันไม่ต้องนวดนานค่ะแค่พอเข้ากัน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-786" title="ส่วนผสม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12521.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-787" title="ผสมแป้งกับเนยให้เข้ากัน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12522.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>2. เมื่อเข้ากันแล้วก็ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้พลาสติกห่อไว้แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไปค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-788" title="ห่อพลาสติกเข้าตู้เย็น" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12524.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>3. ระหว่างรอเรามาเตรียมพิมพ์สำหรับทำทาร์ตกันก่อนค่ะสูตรนี้ใช้กับถาดพายถอดก้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง9 นิ้ว–9.5 นิ้วค่ะ แต่ใครไม่มีก็ใช้ขนาดที่มีได้ค่ะที่เหลือก็เอากรุใส่พิมพ์อื่นๆไปหรือจะลดสัดส่วนสูตรลงก็ตามสะดวกค่ะ วันนี้ที่ทำใช้ถาดพายแบบถอดก้นได้ขนาด 16 ซ.ม. และส่วนที่เหลือก็กรุใส่พิมพ์ 3217 ค่ะได้อีก 5 ถ้วย นำพิมพ์มาทาเนยขาวบางๆรอไว้ค่ะ</p>
<p>4. ก่อนครบชั่วโมงนิดหน่อยไปวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 325 อาศาฟาเรนไฮน์ไฟบนล่างค่ะ</p>
<p>5. ครบชั่วโมงแล้วเอาครัสต์ออกมาวางบนโต๊ะที่โรยนวลไว้ใครไม่อยากล้างโต๊ะก็ใช้ถุงพลาสติกใบใหญ่รองไว้ค่ะอย่าลืมโรยนวลที่ด้านล่างก่อนคลึงแป้งนะคะ รีดเป็นแผ่นบางๆประมาณ 5 มิลลิเมตร หรือตามชอบค่ะบางคนอาจจะชอบกินตัวครัสต์เยอะๆก็รีดหนาๆหน่อยได้ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-790" title="คลึงเป็นแผ่นบางๆ" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12527.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>6. เสร็จแล้วเอากรุลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ค่ะวิธีตัดแป้งด้านข้างออกที่เร็วที่สุดและขอบออกมาสวยงามคือใช้ไม้ที่คลึงแป้งนั่นแหละคะวางพาดลงบนตัวถาดพายลงน้ำหนักนิดหน่อยแล้วกลิ้งไม้ไปด้านหน้าบนถาดเลยแค่นี้แป้งก็หลุดขาดลงมาข้างล่างแล้วค่ะ จากนั้นใช้ส้อมจิ้มๆเป็นรูพรุนกันแป้งปูดขึ้นมาค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-791" title="กรุแป้งลงพิมพ์" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12528.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>7. กรุเสร็จแล้วก็เอาเข้าเตาอบเลยค่ะ อย่าลืมวางฟลอยหรือกระดาษรองอบแล้วเทเม็ดถั่วหรือข้าวสารลงไปในถาดด้วยค่ะแป้งจะได้ไม่ปูดออกมา อบประมาณ 15 นาทีหรือจนกว่าแป้งจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดๆไม่ดูเงาๆเฉะๆเหมือนตอนใส่เข้าไปใหม่ๆก็เอาออกมาเลยค่ะ วางบนตระแกรงรอไว้</p>
<p style="text-align: center;"> <img class="aligncenter size-full wp-image-792" title="อบพออยู่ตัว" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12532.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p><strong>ส่วนผสมตัวช็อคโกแล๊ต</strong></p>
<p>วิปปิ้งครีม 1 ¼ ถ้วย</p>
<p>ช็อคโกแล๊ต Bitter Sweet 330 กรัม(ใครชอบหวานมากก็ใช้ <strong> semisweet </strong><strong>ได้ค่ะส่วนใครชอบขมก็ไช้ </strong><strong>dark </strong><strong> </strong>chocolate % มากน้อยตามชอบค่ะ)</p>
<p>ไข่ไก่ 2 ฟอง</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-793" title="Bitter sweet" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12529.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-795" title="ส่วนผสม" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12530.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>1. วอร์มเตาที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮน์ จากนั้นนำวิปปิ้งครีมใส่หม้อตั้งไฟปานกลางจนเดือดขอบหม้อ</p>
<p>2. ใส่ช็อคโกแล๊ตที่หักเป็นชิ้นเล็กๆแล้วลงไปคนจนช็อคโกแล๊ตละลาย</p>
<p>3. ปิดเตา ใช้ส้อมตีไข่ไก่ให้แตกแบบเจียวไข่ค่ะแล้วค่อยๆเทไข่ลงไปเป็นสายระหว่างนี้ใช้ตระกร้อมือคนส่วนผสมเรื่อยๆค่ะไข่จะได้ไม่สุกเป็นลิ่มๆเมื่อโดนความร้อนขั้นตอน 1- 3 ไม่มีรูปเลยค่ะเพราะมือไม่วางทั้งสองมือเลยไม่สามารถถ่ายรูปได้ค่ะ</p>
<p>4. เทช็อคโกแล๊ตลงในครัสต์ที่ทำไว้ค่ะ จากนั้นนำเข้าอบประมาณ 15 นาทีหรือจนกว่าขอบครัสต์จะเป็นสีเหลืองออกน้ำตาลๆสวยงามก็ปิดเตาเอาออกมาตั้งพักไว้ให้เย็นค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-796" title="เทลงครัสต์" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12537.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-797" title="อบเสร็จแล้ว" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12538.jpg" alt="" width="307" height="204" /></p>
<p>5. เย็นแล้วก็เอาแช่ตู้เย็น 2 ชั่วโมง &#8211;  1 คืนค่ะ ครบเวลาแล้วแกะออกจากพิมพ์แล้วตัดรับประทานได้เลยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-785" title="ทาร์ตช็อคโกแล๊ต" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/02/SDC12555.jpg" alt="" width="394" height="263" />  </p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=784</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช็อคโกแล๊ตแต่งเค้ก</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=774</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=774#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 15:55:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ช็อคโกแล๊ตแต่งเค้ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=774</guid>
		<description><![CDATA[รวบรวมมาจาก youtube นะคะ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากแต่งหน้าเค้กด้วยช็อคโกแล๊ตนะคะ   &#160; &#160; สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รวบรวมมาจาก youtube นะคะ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากแต่งหน้าเค้กด้วยช็อคโกแล๊ตนะคะ</p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p> <p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://blog.bakery4u.com/?p=774"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=774</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มัฟฟินสตรอเบอรี่</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=754</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=754#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Jan 2012 17:32:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มัฟฟินสตรอเบอรี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=754</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนนะคะว่ามัฟฟินเนื้อขนมที่ทำออกมาจะไม่นุ่มเหมือนกับเค้กนะคะ จะแข็งๆคลายกับขนมปังซะมากกว่าค่ะ หากผู้ที่ไม่เข้าใจเวลาทำมัฟฟินออกมาแล้วคงจะสงสัยว่าทำไมมันแข็งจังไม่เห็นนุ่มเหมือนเค้กเลย มัฟฟินต้นฉบับจริงๆจะออกเนื้อแข็งๆแบบนั้นล่ะค่ะถูกแล้วฝรั่งเค้าเอาไว้ทานเป็นอาหารเช้าเหมือนๆกับขนมปังค่ะ แต่วันนี้ขอแปลงสูตรมัฟฟินนิดหน่อยเนื่องจากชอบกินแบบนุ่มๆค่ะเลยใช้แป้งเค้กแทนแป้งอเนกประสงค์ ส่วนผสมมีดังนี้ค่ะ แป้งเอนกประสงค์ 315 กรัม(เปลี่ยนเป็นแป้งเค้กพัดโบกซะขนมจะออกมานุ่มขึ้นค่ะ) น้ำตาลทราย 120 กรัม ผงฟู 2 1/2 ช้อนชา เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา เกลือ 1/2 ช้อนชา อบเชยป่น 1 ช้อนชา (ไม่มีเลยไม่ได้ใส่ค่ะแต่ใส่เป็นกลิ่นวนิลาแทนในปริมาณเท่ากัน) นม 250 มิลลิลิตร เนยจืด 215 กรัม (มีเนยเค็มก็ใช้เนยเค็มค่ะ) ไข่เบอร์ 1 จำนวน 2 ฟอง สตรอเบอรี่แช่แข็ง125 กรัม(กะดูตามความเหมาะสมด้วยค่ะเพิ่มลดได้ตามชอบ ใส่ช่องแข็งเตรียมไว้ค่ะจะใช้ค่อยหยิบออกมา) ขั้นตอนการทำ 1. วอร์มเตาที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสไฟบนล่าง เตรียมถ้วยมัฟฟินหรือกระทงกระดาษและถาดอบให้เรียบร้อยวันนี้เราจะมาทดลองกระทงที่เคลือบไขไม่ต้องใช้พิมพ์รองกันค่ะเปรียบเทียบกับใช้พิมพ์รองว่าจะออกมาแตกต่างกันยังไง 2. ผสมของเหลวเข้าด้วยกันโดยเริ่มจากละลายเนยโดยใช้วิธีตุ๋นค่ะเอาน้ำใส่หม้อใบล่างตั้งไฟแล้ววางภาชนะที่มีเนยไว้ด้านบนโดยที่ภาชนะไม่แตะกับน้ำในหม้อด้านล่างคนจนเนยละลายหมดตั้งทิ้งไว้ 3. ใส่ไข่ลงในภาชนะอีกใบตีให้เข้ากันแล้วตามด้วยนมคนให้ส่วนผสมเข้ากันจากนั้นนำเนยในข้อ 1 มาผสมรวมกันได้ส่วนผสมของเหลวแล้วพักไว้ค่ะ ใครใส่กลิ่นวนิลาแบบน้ำก็ผสมไปตอนนี้เลยค่ะ 4. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนนะคะว่ามัฟฟินเนื้อขนมที่ทำออกมาจะไม่นุ่มเหมือนกับเค้กนะคะ จะแข็งๆคลายกับขนมปังซะมากกว่าค่ะ หากผู้ที่ไม่เข้าใจเวลาทำมัฟฟินออกมาแล้วคงจะสงสัยว่าทำไมมันแข็งจังไม่เห็นนุ่มเหมือนเค้กเลย มัฟฟินต้นฉบับจริงๆจะออกเนื้อแข็งๆแบบนั้นล่ะค่ะถูกแล้วฝรั่งเค้าเอาไว้ทานเป็นอาหารเช้าเหมือนๆกับขนมปังค่ะ แต่วันนี้ขอแปลงสูตรมัฟฟินนิดหน่อยเนื่องจากชอบกินแบบนุ่มๆค่ะเลยใช้แป้งเค้กแทนแป้งอเนกประสงค์</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-757" title="มัฟฟินสตรอเบอรี่" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12147.jpg" alt="" width="394" height="296" /></p>
<p><strong>ส่วนผสมมีดังนี้ค่ะ</strong></p>
<p>แป้งเอนกประสงค์ 315 กรัม(เปลี่ยนเป็นแป้งเค้กพัดโบกซะขนมจะออกมานุ่มขึ้นค่ะ)<br />
น้ำตาลทราย 120 กรัม<br />
ผงฟู 2 1/2 ช้อนชา<br />
เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา<br />
เกลือ 1/2 ช้อนชา<br />
อบเชยป่น 1 ช้อนชา (ไม่มีเลยไม่ได้ใส่ค่ะแต่ใส่เป็นกลิ่นวนิลาแทนในปริมาณเท่ากัน)<br />
นม 250 มิลลิลิตร<br />
เนยจืด 215 กรัม (มีเนยเค็มก็ใช้เนยเค็มค่ะ)<br />
ไข่เบอร์ 1 จำนวน 2 ฟอง<br />
สตรอเบอรี่แช่แข็ง125 กรัม(กะดูตามความเหมาะสมด้วยค่ะเพิ่มลดได้ตามชอบ ใส่ช่องแข็งเตรียมไว้ค่ะจะใช้ค่อยหยิบออกมา)</p>
<p><strong>ขั้นตอนการทำ</strong></p>
<p>1. วอร์มเตาที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสไฟบนล่าง เตรียมถ้วยมัฟฟินหรือกระทงกระดาษและถาดอบให้เรียบร้อยวันนี้เราจะมาทดลองกระทงที่เคลือบไขไม่ต้องใช้พิมพ์รองกันค่ะเปรียบเทียบกับใช้พิมพ์รองว่าจะออกมาแตกต่างกันยังไง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-756" title="เตรียมกระทงกระดาษ" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12133.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>2. ผสมของเหลวเข้าด้วยกันโดยเริ่มจากละลายเนยโดยใช้วิธีตุ๋นค่ะเอาน้ำใส่หม้อใบล่างตั้งไฟแล้ววางภาชนะที่มีเนยไว้ด้านบนโดยที่ภาชนะไม่แตะกับน้ำในหม้อด้านล่างคนจนเนยละลายหมดตั้งทิ้งไว้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-758" title="ละลายเนย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12123.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>3. ใส่ไข่ลงในภาชนะอีกใบตีให้เข้ากันแล้วตามด้วยนมคนให้ส่วนผสมเข้ากันจากนั้นนำเนยในข้อ 1 มาผสมรวมกันได้ส่วนผสมของเหลวแล้วพักไว้ค่ะ ใครใส่กลิ่นวนิลาแบบน้ำก็ผสมไปตอนนี้เลยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-759" title="ผสมของเหลวให้เข้ากัน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12126.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>4. มาผสมของแห้งกันต่อ ก่อนอื่นตักแป้งเค้กที่ร่อนแล้วออกมานิดนึงนะคะเอาไว้คลุกกับสตรอเบอรี่เนื้อผลไม้จะได้ไม่จมไปอยู่ที่ก้นหมดตอนอบค่ะ แบ่งแป้งออกมาแล้วนิดนึงจากนั้นก็ใส่แป้งที่เหลือ น้ำตาล เกลือ เบคกิ้งโซดา ผงฟู อบเชย ลงในภาชนะอีกใบคนให้เข้ากันแล้วทำหลุมตรงกลางไว้ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-760" title="ผสมของแห้งเข้าด้วยกัน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12125.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>5. ผสมส่วนของเหลวและของแห้งเข้าด้วยกันค่ะ ไม่ต้องคนนานจนมันเป็นเนื้อเนียนนะคะเหลือผงขาวๆก้อนๆไว้บ้างก็ได้ค่ะเนียนไปขนมไม่ฟูค่ะคลุกนิดเดียวพอแล้วตั้งพักไว้ซักครู่ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-761" title="ผสมของเหลวและของแห้งเข้าด้วยกัน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12127.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>6. ระหว่างพักแป้ง หันมาหั่นสตรอเบอรี่แช่แข็งเป็นชิ้นเล็กๆค่ะ(หั่นตอนที่มันยังแข็งอยู่นะคะอย่าตั้งทิ้งไว้จนมันกลายเป็นน้ำนะคะ )</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-762" title="สตรอเบอรี่แช่แข็ง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12124.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>7. นำสตรอเบอรี่แช่แข็งที่หั่นแล้วมาคลุกแป้งที่แบ่งไว้ให้ทั่วๆ เทสตรอเบอรี่ลงไปในอ่างผสมคนให้เข้ากันนิดเดียวให้สตรอเบอรี่ไม่กระจุกตัวรวมกันก็พอค่ะจากนั้นตักใส่กระทงที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-763" title="สตรอเบอรี่คลุกแป้ง" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12128.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-764" title="ผสมเข้าด้วยกัน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12130.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-766" title="ตักใส่ถ้วย" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12134.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>8. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาไฟบนล่างจะกว่าเค้กจะสุกค่ะ ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มดูพอสุกเหลืองสวยงามก็เอาออกมาพักบนตะแกรงให้เย็นค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-765" title="ผึ่งให้เย็น" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12137.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>เทคนิคสำหรับผู้มีเตาอบเล็กและต้องอบหลายรอบ</p>
<p>-          ให้ตักแบ่งส่วนผสมในข้อ 5 ออกเป็นส่วนๆกะให้แต่ละส่วนพอใส่เข้าอบได้ 1 รอบค่ะ</p>
<p>-          สตรอเบอรี่ก็เหมือนกันค่ะแบ่งออกให้เท่ากับจำนวนส่วนผสมแต่ละรอบที่เหลือเอาแช่ช่องแข็งไปค่ะ ที่ต้องทำแบบนี้เนื่องจากหากเราผสมส่วนผสมทั้งหมดไปทีเดียวเลยสตรอเบอรี่ที่รออบในรอบหลังจะละลายและจำทำให้ขนมมีส่วนผสมที่เป็นน้ำมากเกินไปและสีแดงของสตรอเบอรี่ก็จะออกมาทำให้ขนมอบออกมาแล้วสีแดงน่ากลัวมากค่ะยิ่งถ้าเปลี่ยนจากสตรอเบอรี่เป็นบลูเบอรี่แล้วละก็ออกมาดำน่ากลัวเชียวค่ะไม่น่ากินเลย วิธีแบ่งผสมทีละส่วนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะขนมออกมาสีสวยแม้จะต้องรออบนานแค่ไหนก็ตามค่ะ</p>
<p>-          เมื่ออบเรียบร้อยแล้วในชุดแรกก็ทำแบบเดียวกันในชุดถัดๆไปค่ะจำไว้ง่ายๆค่ะอย่าให้สตรอเบอรี่แช่แข็งละลายค่ะแต่หากใครใช้สตรอเบอรี่สดอยู่แล้วก็หมดห่วงเรื่องนี้ไปเลยค่ะผสมไปพร้อมกันหมดได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-767" title="มัฟฟิน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12135.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>ด้านล่างนี้เป็นภาพเปรียบเทียบนะคะระหว่างการใช้พิมพ์อลูมิเนียมรองอบอีกทีกับไม่ใช้พิมพ์รองอบ จะเห็นว่าถ้าไม่ใช้พิมพ์รองอบก็ได้เหมือนกันค่ะถ้วยไม่ล้มนะคะแต่เนื้อขนมจะบานออกด้านข้างแทนค่ะ ส่วนกระทงที่รองด้วยพิมพ์อลูมิเนียมอีกทีขนมจะออกมาสูงและปูดกว่าเนื่องจากมีพิมพ์อลูมิเนียมรองเพื่อทำให้กระทงตั้งตรงอยู่ได้ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-768" title="ภาพเปรียบเทียบ" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2012/01/SDC12142.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=754</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน</title>
		<link>http://blog.bakery4u.com/?p=737</link>
		<comments>http://blog.bakery4u.com/?p=737#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Nov 2011 15:29:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.bakery4u.com/?p=737</guid>
		<description><![CDATA[วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน(ใช้สูตรจากรายการแม่หลิ่ม-แม่แก้วค่ะ) หนีน้ำท่วมมาอยู่ต่างจังหวัดคันไม้คันมืออยากจะทำขนมแต่ไม่มีเตาอบเลยขอทำเป็นขนมไทยง่ายๆไม่ต้องใช้เตาอบแล้วกันนะคะ ส่วนผสม วุ้นผง 1+1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะพร้าวอ่อน 500 กรัม ใบเตย 3-4 ใบ น้ำตาลทราย 200 กรัม กะทิกล่อง (250 ซีซี) 2 กล่อง เกลือ 1+1/4 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ เนื้อมะพร้าวอ่อน 2-3 ลูก พิมพ์สำหรับใส่วุ้น ตามชอบ วิธีทำ 1. เฉาะมะพร้าวแยกน้ำและเนื่อออกจากกัน ส่วนของน้ำมะพร้าวให้ใช้กระชอนกรองเศษผงออกแล้วพักไว้ส่วนของเนื้อมะพร้าวให้ขูดออกและหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆหรือเป็นเส้นๆตามใจชอบ 2. เตรียมส่วนผสมของกะทิโดยเตรียมหม้อ 1 ใบใส่กะทิ แป้งข้าวโพด เกลือ(ผสมแป้งข้าวโพดกับเกลือให้เข้ากันก่อนเทลงในกะทิจะทำให้แป้งไม่จับตัวเป็นก้อนและผสมเข้ากับกะทิได้ง่ายขึ้น) คนให้เข้ากันจนแป้งไม่เป็นเม็ดนำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนเดือดก็ปิดเตาได้เลยค่ะไม่ต้องเดือดนาน พักส่วนนี้ไว้ก่อน 3. ส่วนของน้ำมะพร้าวเอาใส่ในหม้ออีกใบที่ขนาดใหญ่กว่าใบแรกหน่อยเพราะตอนท้ายต้องเอาส่วนของกะทิเทลงไปผสมรวมกันค่ะ ใส่วุ้นและใบเตยตามลงไปวันนี้ไม่มีใบเตยเลยไม่ได้ใส่ค่ะใครมีก็ใส่ลงไปค่ะขนมจะได้หอมขึ้นอีก 4. นำไปตั้งไฟแรงจนเดือดเป็นฟองเล็กๆลองใช้ทัพพีตักดูจนกระทั่งไม่มีเกล็ดวุ้นเหลืออยู่ก็ใช้ได้ค่ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายแนะนำให้อย่าใส่หมดค่ะใส่ไปซักครึ่งนึงก่อนตอนท้ายหากรวมกับกะทิแล้วชิมดูหากไม่หวานค่อยใส่เพิ่มอีกทีค่ะลองทำตามสูตรแล้วหวานเกินค่ะสำหรับคนไม่กินหวาน 5. ตั้งไฟต่อจนเดือดตักใบเตยออกใส่เนื้อมะพร้าวลงไปรอจนเดือดอ่อนๆอีกครั้งหรี่ไฟลงเทกะทิส่วนแรกที่ทำไว้ลงไปรอจนเดือดอ่อนๆอีกครั้งก็ปิดไฟยกลงจากเตาได้เลยค่ะ 6. เตรียมพิมพ์วันนี้ลองใช้พิมพ์วุ้นสแตนเลสรูปสัตว์ดูค่ะที่เหลือก็ใส่ในพิมพ์จีบ 3219 เมื่อเทลงพิมพ์แล้วรอให้วุ้นเย็นลงก่อนแล้วจึงเข้าตู้เย็นค่ะวุ้นยังร้อนอยู่เข้าตู้เย็นเลยตู้เย็นจะทำงานหนักค่ะเปลืองไฟแถมตู้เย็นจะเสียเอาด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน(ใช้สูตรจากรายการแม่หลิ่ม-แม่แก้วค่ะ)<br />
หนีน้ำท่วมมาอยู่ต่างจังหวัดคันไม้คันมืออยากจะทำขนมแต่ไม่มีเตาอบเลยขอทำเป็นขนมไทยง่ายๆไม่ต้องใช้เตาอบแล้วกันนะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-746" title="วุ้นกะทิ" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12161.jpg" alt="" width="350" height="263" /></p>
<p style="text-align: left;">ส่วนผสม</p>
<p style="text-align: left;">วุ้นผง 1+1/2 ช้อนโต๊ะ<br />
น้ำมะพร้าวอ่อน 500 กรัม<br />
ใบเตย 3-4 ใบ<br />
น้ำตาลทราย 200 กรัม<br />
กะทิกล่อง (250 ซีซี) 2 กล่อง<br />
เกลือ 1+1/4 ช้อนชา<br />
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ<br />
เนื้อมะพร้าวอ่อน 2-3 ลูก<br />
พิมพ์สำหรับใส่วุ้น ตามชอบ</p>
<p style="text-align: left;">วิธีทำ<br />
1. เฉาะมะพร้าวแยกน้ำและเนื่อออกจากกัน ส่วนของน้ำมะพร้าวให้ใช้กระชอนกรองเศษผงออกแล้วพักไว้ส่วนของเนื้อมะพร้าวให้ขูดออกและหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆหรือเป็นเส้นๆตามใจชอบ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-738" title="น้ำมะพร้าว" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12148.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-739" title="เนื้อมะพร้าว" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12151.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: left;">2. เตรียมส่วนผสมของกะทิโดยเตรียมหม้อ 1 ใบใส่กะทิ แป้งข้าวโพด เกลือ(ผสมแป้งข้าวโพดกับเกลือให้เข้ากันก่อนเทลงในกะทิจะทำให้แป้งไม่จับตัวเป็นก้อนและผสมเข้ากับกะทิได้ง่ายขึ้น) คนให้เข้ากันจนแป้งไม่เป็นเม็ดนำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนเดือดก็ปิดเตาได้เลยค่ะไม่ต้องเดือดนาน พักส่วนนี้ไว้ก่อน</p>
<p style="text-align: left;">3. ส่วนของน้ำมะพร้าวเอาใส่ในหม้ออีกใบที่ขนาดใหญ่กว่าใบแรกหน่อยเพราะตอนท้ายต้องเอาส่วนของกะทิเทลงไปผสมรวมกันค่ะ ใส่วุ้นและใบเตยตามลงไปวันนี้ไม่มีใบเตยเลยไม่ได้ใส่ค่ะใครมีก็ใส่ลงไปค่ะขนมจะได้หอมขึ้นอีก</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-740" title="ส่วนน้ำมะพร้าว" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12155.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: left;">4. นำไปตั้งไฟแรงจนเดือดเป็นฟองเล็กๆลองใช้ทัพพีตักดูจนกระทั่งไม่มีเกล็ดวุ้นเหลืออยู่ก็ใช้ได้ค่ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายแนะนำให้อย่าใส่หมดค่ะใส่ไปซักครึ่งนึงก่อนตอนท้ายหากรวมกับกะทิแล้วชิมดูหากไม่หวานค่อยใส่เพิ่มอีกทีค่ะลองทำตามสูตรแล้วหวานเกินค่ะสำหรับคนไม่กินหวาน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-742" title="ตั้งไฟแรงจนเดือด" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12158.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: left;">5. ตั้งไฟต่อจนเดือดตักใบเตยออกใส่เนื้อมะพร้าวลงไปรอจนเดือดอ่อนๆอีกครั้งหรี่ไฟลงเทกะทิส่วนแรกที่ทำไว้ลงไปรอจนเดือดอ่อนๆอีกครั้งก็ปิดไฟยกลงจากเตาได้เลยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-744" title="ใส่กะทิส่วนที่1ลงไป" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12160.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p style="text-align: left;">6. เตรียมพิมพ์วันนี้ลองใช้พิมพ์วุ้นสแตนเลสรูปสัตว์ดูค่ะที่เหลือก็ใส่ในพิมพ์จีบ 3219 เมื่อเทลงพิมพ์แล้วรอให้วุ้นเย็นลงก่อนแล้วจึงเข้าตู้เย็นค่ะวุ้นยังร้อนอยู่เข้าตู้เย็นเลยตู้เย็นจะทำงานหนักค่ะเปลืองไฟแถมตู้เย็นจะเสียเอาด้วย<br />
7. วุ้นเซ็ตตัวดีแล้วก็แกะออกจากพิมพ์ค่ะพร้อมเสริฟค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-745" title="วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน" src="http://blog.bakery4u.com/wp-content/uploads/2011/11/SDC12168.jpg" alt="" width="307" height="230" /></p>
<p>หากทำตามสูตรทุกอย่างขนมจะออกมาไม่กรอบเหมือนที่เค้าขายกันน่ะค่ะรสชาติอร่อยมากแต่มันยังขาดความกรุบกรอบไปหน่อยไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร เดาว่าอาจจะเพราะใส่กะทิเยอะไปหรือเปล่าหากใครลองทำแบบลดกะทิลงแล้วใส่น้ำเปล่าไปแทนให้ครบส่วนขนมอาจจะกรอบกว่านี้นะคะลองดูค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สั่งซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ได้ที่ <a href="http://www.bakery4u.com/">ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.bakery4u.com/?feed=rss2&#038;p=737</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
